อ่าวมาหยา..แกรนด์แคนย่อน..กระบี่ 3 (จบ)
posted on 06 Dec 2009 17:59 by krajiao
มาอีกแล้วจร้า..ต่อจากเอนทรี่ก่อน..ออกจากเกาะพี พี ทานอาหาร และผลไม้บนเรือกันอย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว..มุ่งหน้าต่อไปที่อ่าวมาหยา..อ่าวที่ลีโอนาโด้..เคยปิดเกาะถ่ายหนัง..เรื่อง The Beach ทีแรก..ง๊ง งง น๊ะ ว่าปิดเกาะเลยเหรอ..งั้นเชียว..แต่พอมาเห็นเอง..ก็รู้ว่า..ปิดได้จริงๆค่ะ..
เพราะ อ่าวมาหยา..เป็น อ่าวเล็กๆ มีหาดทรายที่ไม่ยาวมาก...น้ำใสเขียวปิ้ง..หาดทรายขาวสะอาดมากๆค่ะ..คนขับเรือบอกว่า..ถ้าช่วงพีคจริงๆเนี่ย..บริเวณอ่าว..ทั้งในน้ำทะเล และบนหาด จะเต็มไปด้วยลูกมะพร้าว ดำๆ เต็มไปหมด..(โห..เล่นเอา กระเจียว งง
) ที่จริง พี่แก เปรียบเปรยนะค่ะ..เพราะนักท่องเที่ยว จะเยอะมากๆ ทั้งลอยคอ ดูปลา..และ นั่ง นอน อาบแดด อยู่บนชายหาดนะเอง..จนแลดูเหมือนลูกพร้าวดำๆ..
มาถึงจนได้..อ่าวมาหยา..มีลุ้นๆ..กระเจียวเกือบไม่รอด..เหะ เหะ..ก็ เรือลองเทล ลำที่พากระเจียว และ พรรคพวกมา..เกิดหางเสือเรือเสีย..กลางทะเล..ที่เกือบจะใกล้ถึงเกาะมาหยาแล้ว..ช่วงที่เรือเสีย..ลอยโคลงเคลง อยู่กลางทะเลนั้น..เจ้าของเรือ..ก็รีบโทรศัพท์ ไปเรียกเรือเล็กที่อ่าวมาหยามารับ....แต่น๊ะ..เรือน๊ะ ไม่ใช่เครื่องบิน..กว่าจะมา..ทะเล และคลื่น ที่โคลงเคลงๆ..ทำให้กระเจียว หายใจหายคอไม่ค่อยออก..อึดอัด..แน่นๆจุกอก..อาหารที่ทานเข้าไปเริ่มสำแดงฤทธิ์..เพราะถูกเขย่าๆ โคลงไป เคลงมา..เริ่มวิ่งหา ยาลม ยาดม ยาหม่อง กันให้ควัก..กะว่า..ไม่รอดแน่ๆ..
แล้ว..เรือเล็ก ก็มาช่วยชีวิตไว้จนได้..พอถ่ายเรือ ขึ้นเรือเล็ก..แล้วเรือวิ่งเร็วๆ ลมเย็นๆ ประทะหน้า..สูดหายใจแรงๆให้เต็มปอด..ก็ค่อยๆ ดีขึ้น ๆ เป็นลำดับ..เฮ้อ..เกือบไปแล้วกาเจียว..เกือบให้อาหารปลาซะแว้ว..อิอิ..
ถึงอ่าวมาหยาจนได้..จุดที่เรือต้องพาเราไปลอยคอ ดูปลา เล่นน้ำ คือ ตรงบริเวณเรือสีขาว(ในรูป) ค่ะ..มีปลาเสือเยอะมากๆ..นักท่องเที่ยว นิยม..โยนขนมปัง ให้ปลา..ปลาเสือก็จะมาว่ายโชว์ ให้เห็นเยอะแยะ..
แต่กรุ๊ปกระเจียว โชคร้าย เหะ เหะ..ด้วยความรีบร้อน ถ่ายเรือมา..เจ้าของเรือ..ลืมให้ อุปกรณ์ ดำผิวน้ำมาทั้งแว่นตา สน๊อกเกิ้ล..เหะ เหะ..เลยต้อง..แหวกว่าย..ก้มดูปลากันตามมีตามเกิด..และกระเจียว..ก็อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่เกือบเมาเรือก็รอดมาแล้ว....
แต่..
ก็มาเมา ชูชีพตัวเองต่ออีก..เพราะช่วงที่ว่ายดูปลาไปเรื่อยๆ..ปล่อยตัวไปตามแรงเหวี่ยงของทะเล..ก็โคลงไป เคลงมา..เหมือนบนเรือเลย..
..กระเจียวก็เกือบจะเมา..ชูชีพอีกรอบ..เลยต้องรีบขอตัว..ขึ้นไปนั่งพักบนฝั่ง..ดูพวกเด็กๆเล่นน้ำต่อ..ซะงั้น..
เด็กๆสนุกกันใหญ่..เป็นเด็ก นี่ดีจริงๆ..ร่างกายแข็งแรง ..เล่นน้ำ ดูปลา..กันอย่างสนุกสนาน.. แต่ถึงไม่ได้ลอยคอ ดำน้ำ เล่นน้ำ อย่างที่ตั้งใจไว้..ก็ไม่ผิดหวังค่ะ..อ่าวมาหยา..สวยงามมากๆ...นั่งสูดอากาศบริสุทธิ์..ชมความสวยงาม ของชายหาด และภูเขา..ก็คุ้มแสนคุ้มแล้วค่ะ..
จากมาหยา..เรือเล็ก ส่งเรากลับมาที่เรือลำเดิม..ซึ่งเราก็ลุ้นกันว่า..น่าจะซ่อมเสร็จแล้วน๊ะ..แต่ปรากฎว่า..ยังเปิดห้องเครื่องซ่อมกันอยู่เลย
..และที่จริง ก็ยังมีแพลนกันอีก..สองสามที่ด้วยซ้ำ..ที่ต้องไปดำน้ำ ดูประการัง..และปลาการ์ตูน..แง๊ๆๆ..
คนขับเรือบอกว่า..ต้องมีคนนึง คอยถือ หางเสือเรือ..(แอะ..จริงเหรอ..
) โชคดีน๊ะที่มีคนขับเรือมาสองคน..เลยเห็นเขาผลัดกันถือหางเสือเรือจริงๆด้วย.. และไปเร็วมากไม่ได้....
โปรแกรมต่างๆ เป็นอันต้องงด..ต้องกลับกระบี่ อย่างเดียว..เพราะตอนนั้น สี่โมงเย็น..กว่าจะถึง สองชั่วโมง..แน๊ะ..
ฮื่อๆๆ..ก็ ก็ ดั้ย..เสียรมณ์เล็กน้อย..อยากดูประการัง กะปลาการ์ตูนอ่ะ..อุตส่าห์ถอยกล้องใหม่มา..แง๊ๆ..กลับก็กลับว่ะ..ทำไงได้ล่ะ..
ระหว่างทางกลับ..ดูวิว ภูเขา ท้องฟ้า น้ำทะเล....และหม่ำ สัปปะรด..น้ำมะพร้าว..พร้อมเม้าท์ กับเพื่อนสนิทมาด้วยตลอดทาง..ก็รู้สึกว่าแป๊ปเดียว ก็ถึงฝั่งแล้ว..
ระหว่างกลับ..หาดนพรัตน์ธารา กระบี่..ได้ผ่านเกาะไก่..ที่ครั้งหน้าถ้าไป คงไม่พลาดต้องมาแวะดำน้ำ ดูปลาที่นี่ให้ได้..สวยจังเลย..เกาะใก่..ยามเย็น..และ..ได้ชมพระอาทิตย์ตกทะเลด้วย..สวยสดงดงามจริงเจียว..
เด็กๆ..เริ่มเพลีย..นอนหลับ สลบไสลกันเลยทีเดียว ขากลับ..เนื่องจาก..นั่งเรือกันทั้งวัน...และได้เล่นน้ำ กันเต็มที่ ที่เกาะมาหยา..ผู้ใหญ่ทั้งหลาย..เลยต้องเสียสละลงมานั่งชมวิวเบื้องล่างแทน....
กลับถึงฝั่ง มืดมิด..สนิทใจ..บ้านนาตีน มารอรับอยู่แล้ว..กลับถึงบ้านทุกคนทำเวลาอาบน้ำกันเพียงคนละไม่เกินห้านาที เพราะ หิวมากๆ..และที่สำคัญ พี่เจ้าของบ้านบอกว่า มีซีฟู้ด รออยู่..ฮ่าๆ..หม่ำเสร็จได้คุยกับคุณบัญชาผู้นำชุมชนบ้านนาตีน..พักนึง..ก็ขอตัวไปพักผ่อน..เพราะเพลียและเหนื่อยมากๆ..
วันรุ่งขึ้น..วันสุดท้ายที่กระบี่....ทานข้าวต้ม และข้าวยำ กันเรียบร้อย..ก็รีบมุ่งหน้าไปพายเรือแคนู กัน..เป็นรายการสุดท้ายของกระบี่ทริปนี้..
จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย..สำหรับการพายเรือแคนู..แต่ก่อนพาย จะมีไกด์สอนวิธีพาย วิธีฮัด..(งัด)..ฮ่าๆ ขอประทานอภัย..ที่แรกกระเจียวไม่เข้าใจคำว่า "ฮัด"..พี่ไกด์บอกว่า..วิธี ฮัดท้าย..ต้องฮัดแบบนี้ๆๆ..กระเจียว ก็หัด ฮัดๆ ตามอยู่..จนสุดท้าย..ก็ถึงบางอ้อ..พาย งัด นั่นเอง..อิอิ..
กระเจียวกับ ท่านลำดวน จับคู่กันอย่างลงตัว..และให้เด็กๆ ไปกับไกด์ ผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นการดีที่สุดค่ะ..เพราะต้องใช้สองแรงแข็งขัน..ถ้าพายกับเด็ก..อาจพากันกลับไม่ถึงที่หมายได้...
คนพายคนท้าย..จะต้องชำนาญกว่าคนหน้าค่ะ..เพราะต้องคอย ฮัดท้าย..เพื่อให้เรือไปในทางทิศทางที่เราต้องการ..กระเจียวเลยยกให้ท่านลำดวนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการฮัดท้าย..อิอิ
เพราะท่านลำดวนเคยมาเที่ยวทริปนี้ก่อนแล้ว..
กระเจียวชอบมากๆ..ทริปพายเรือแคนู..ได้ออกกำลังแขน..และได้คอนโทรลเรือ..ไปตามทิศทางที่เราต้องการ..สนุกดีค่ะ..อิอิ..บึ๊ด จ้ำ บึ๊ด จ๊ำ บึ๊ด..
พายไปที่แกรนต์แคนย่อน...ซึ่งเป็นช่องเขา..ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ..ไกด์บอกว่า..เมื่อก่อน..ช่องเขาไม่มี จะเป็นภูเขาลูกเดียวกัน ติดกัน..แต่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติค่ะ..ช่องเขาเกิดแยกออกจากกันเป็นช่องๆ จึงเรียกว่าแกรนด์แคนย่อน..
ภายในแกรนด์แคนย่อน เต็มไปด้วย พันธุ์ไม้โบราณ ร่มรื่น สมบูรณ์ตามธรรมชาติ..ดูสดชื่น..มากๆค่ะ..แหงนคอตั้งบ่า..ชมวิวภูเขา..แมกไม้..พร้อมสูดอากาศเต็มปอด..ชื่นใจมากๆ..
กระเจียวกับพรรคพวก โชคดีมากๆ ตอนพายไปถึง..น้ำยังขึ้นไม่สูง..จึงจอดเรือ..และลงไปถ่ายรูป ที่แกรนด์แคนย่อนทัน..ซึ่งนักท่องเที่ยวกรุ๊ปอื่นๆ ที่มาทีหลังกระเจียว ประมาณ ครึ่งชั่วโมง..ลงไปไม่ได้แล้วค่ะ เพราะน้ำขึ้นสูง ท่วมเอวแล้ว..ตรงบริเวณที่ ท่านลำดวน กับกระเจียว ถ่ายรูปนะค่ะ..
ไกด์..มีพาจอดเรือแคนู..เพื่อพักแขน..ผ่อนคลาย ทานสัปปะรด และแตงโมกันด้วย..เหะ เหะ แต่มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญค่ะ..มาจากบนภูเขา..(ถิ่นเขาน๊ะ..ไม่ใช่ถิ่นเรา..อิอิ)..เจ้าจ๋อ..กระโดดลงมาขโมยเปลือกแตงโมทาน..ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป..
ซึ่งไกด์ก็พยายามไล่ไปนะ..เพราะถ้าตัวหนึ่งมา..และตัวอื่นๆเห็น..ก็จะตามมาเป็นพรวนเลยเชียว..และไกด์บอกว่า..อย่าเข้าไปใกล้ หรือส่งเสียงดังมาก..เดี่ยวมันจะกัด..แหะ แหะ..แต่มันเป็นจังหวะ..ที่กระเจียวต้องเผชิญหน้าเจ้าจ่อแบบจังๆ ใกล้ชิดขนาดนี้..กระเจียวก็ทำใจดีสู้เสือ..เก็บภาพเจ้าจ๋อมาฝากซะเลย..กลัวเหมือนกัน..แต่อยากได้ภาพมากกว่า..อิอิ..
จบทริป..พายเรือแคนูที่แกรนด์แคนย่อน..กันแบบหนุกหนาน..และตูดเปียกด้วย..ฮ่าๆ..ก็น้ำมันกระเซ็นเข้าเรือได้ตลอด..เลยต้องรีบกลับบ้านนาตีน..แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า..เช็คเอาท์ กันทันที..
แต่เดี๋ยวก่อน ไม่ๆๆ..กระเจียวจะไม่กลับเด็ดขาด..จนกว่าจะได้กินหอยชักตีน..อันขึ้นชื่อลือชา ของกระบี่ซะก่อน..
ฉะนั้น ก่อนโบกมือลากระบี่....พี่เจ้าของบ้านนาตีน..แนะนำร้านอาหารร้านนึงให้ค่ะ.."ร้านก้อยกุลากาสัย" ได้ทานหอยชักตีน..หวานๆ สมใจอยาก..กิกิ..กระเจียว ก็ชอบกินหอย ฮิ..
..
หอยชักตีน..อร่อยมากๆ..จานละ 120 บาท .. มี19 ตัว..เหะ เหะ..ไม่อิ่มเล้ย..พริบตาเดียวหมด..คนละหนุบ คนหละหนับ..ตั้งใจว่า..จะสั่งต่ออีกจาน..แต่มีเมนูอื่นๆ..ตามมาติดๆ..เลยต้องทานอย่างอื่นให้หมดก่อน..ก่อนจะสั่งใหม่..และในที่สุด..ก็อิ่มจนไม่สามารถ ..จะสั่งอะไรเพิ่มอีกได้..
กระซิบ กระซิบ..กระเจียว ขอถุงน้องๆที่ร้านอาหาร..บอกว่าอยากใส่เปลือกหอยชักตีนกลับง่ะ..สวยดี..น้องที่ใจดีบอกว่า..ได้ขอรับ..เดี่ยวกระผม นำไปล้างน้ำให้ก่อน ก็ได้ขอรับ..เย้ๆ..ดีใจมาก..ฮ่าๆ..ได้เก็บเปลือกหอย กลับมาด้วย..งกซะไม่มี..(ก็มันสวยนี่นา..
)
และก็ถึงเวลาอำลากระบี่ อย่างแท้จริง..ขอขอบคุณ โฮมเสตย์บ้านนาตีน..สายการบิน แอร์เอเซีย..และท่านลำดวน..ที่พาไปเที่ยวนะคร้า..
จบบริบูรณ์..ทริปกระบี่..หวังว่า..คงจะได้มีโอกาสไปเที่ยวกันอีกน๊ะ..บ๊ายบาย..
edit : เพิ่มเติมค่ะ ขอบคุณ คุณ k_i มากๆค่ะ..ที่ช่วยเตือนเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ..ลืมไปเลย..อิอิ..
ค่าใช้จ่ายตลอดทริป..ตั้งแต่ค่าทางด่วน 60 บาท ค่าที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ 750 บาท ค่าตั๋วเครื่องบินLowcost-AirAsia (จองไว้ตั้งแต่ต้นปี)คนละ 550 บาท.. ค่าที่พัก โฮมเสตย์ 400 บาท ต่อคืน..ค่าเหมาเรือ ทัวร์ พีพี และ เกาะมาหยา 1,300 บาท ต่อคน และค่ารถรับส่งสนามบินกระบี่ เที่ยวละ 500 บาท..(หมดยังนะ..อิอิ..ที่เหลือก็ เบี้ยใบ้ รายทางเล็กๆน้อยๆ ค่ะ..
)
สรุปรวมเบ็ดเสร็จ..ตลอดทริปทัวร์กระบี่..คนละ 3,700.- บาท ค่ะ..กรี้ดดๆๆๆๆ
เที่ยวประเทศไทยถูกใจ ถูกตังค์มากมายคร้า..อิอิ
เ้ย้ๆ
